10 ท่าสำหรับฝึก Cross Training สำหรับนักวิ่ง

การฝึก Cross Training คือการฝึกออกกำลังกายแบบอื่นที่ไม่ใช่การวิ่ง และมีวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมการวิ่งเพราะช่วยทำให้กล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ มีความแข็งแรงมากขึ้น จึงช่วยเพิ่มสมรรถนะในการวิ่ง และช่วยลดโอกาสในการได้รับบาดเจ็บได้นั่นเอง เราควรมีการฝึก Cross Training 2-3 วันต่อสัปดาห์ ซึ่งโดยปกติในโปรแกรมการฝึกวิ่งก็มักจะระบุวันสำหรับฝึก Cross Training มาให้อยู่แล้ว

การฝึกโยคะถือเป็นการฝึก Cross Training ได้หรือไม่?

ได้แน่นอน การฝึกโยคะคือวิธีที่ดีในการเพิ่มความคล่องตัวให้กับร่างกาย ฝึกไปนาน ๆ จะช่วยให้เคลื่อนไหวได้อย่างคล่องแคล่วและว่องไวมากขึ้น ทั้งยังช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กล้ามเนื้อ จึงช่วยลดโอกาสในการได้รับบาดเจ็บนั่นเอง

เราสามารถฝึก Cross Training ในบ้านได้หรือไม่?

ได้เลย และสามารถฝึกโดยไม่ใช้อุปกรณ์อะไรเลยก็ได้ โดยในบทความนี้เราได้รวบรวมท่าสำหรับฝึก Cross Training มาให้ถึง 10 ท่า และมีหลายท่าที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์

10 ท่าสำหรับฝึก Cross Training

1.การปั่นจักรยาน

  • อุปกรณ์ที่ต้องใช้ : Cycling Machine
    • วิธีการฝึก
    1. จัดตำแหน่งจักรยานเพื่อให้เรามีการงอเข่าเล็กน้อยในตอนที่วางเท้าไว้ด้านล่าง
    2. ขึ้นไปนั่งและเริ่มต้นการจัดท่าทาง
    3. หลังของเราต้องเป็นเส้นตรง มีการเกร็งกล้ามเนื้อแกนกลาง จากนั้นให้เริ่มการปั่นจักรยานได้เลย
    4. จำนวนครั้งที่แนะนำ : 5-12 นาที ในระดับความเข้มข้นสูง หรือ 20 นาที ในการปั่นช้า ๆ และมีความเข้มข้นต่ำ

    2.ท่า WORLD’S GREATEST STRETCH

    • วิธีการฝึก
    1. ย่อตัวทำท่า Runner’s lunge ลงมา วางมือทั้งสองข้างไว้ที่ข้างเท้า
    2. วางมือข้างหนึ่งไว้กับพื้น แล้วยกมืออีกข้างขึ้นมาด้านบน
    3. วางมือกลับลงมาด้านล่าง
    4. ดันก้นไปด้านหลังเพื่อยืดกล้ามเนื้อ Hamstring
    5. ยืนขึ้นและฝึกจนครบจำนวน จากนั้นให้สลับข้าง
    6. จำนวนครั้งที่แนะนำ : 1 เซ็ต เซ็ตละ 5 ครั้ง (ฝึกทั้งข้างซ้ายและข้างขวา)

    3.ท่า POGO JUMP

    • วิธีการฝึก
    1. ยืนตัวตรงกางขากว้างเท่าหัวไหล่
    2. เด้งตัวจากพื้นขึ้นกลางอากาศ และต้องให้เท้ามีความยืดหยุ่นตลอดเวลา
    3. เด้งเร็ว ๆ ใช้เวลาอยู่บนพื้นให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
    4. จำนวนในการฝึก : 2 เซ็ต เซ็ตละ 5 ครั้ง

    4.ท่า Floor Wipers

    • วิธีการฝึก
    1. นอนหงายยกขาขึ้นตรง
    2. หากยกขาไม่ไหวให้ใช้วิธีงอเข่า 90 องศาแทนกันได้
    3. เกร็งกล้ามเนื้อแกนกลาง เอนขาเข้าหาพื้นให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และต้องให้หัวไหล่แตะพื้นตลอดเวลา ให้ทำสลับข้างซ้ายขวาจนครบจำนวน
    4. จำนวนในการฝึก : 2 เซ็ต เซ็ตละ 6 ครั้ง (ทั้งสองข้าง)

    5.ท่า Squat

    • วิธีการฝึก
    1. ยืนตัวตรงกางขาเท่าหัวไหล่
    2. ย่อตัวทำท่า Squat ลงมา ตำแหน่งเข่าจะต้องอยู่เหนือหัวแม่โป้ง
    3. ปักเท้าลงพื้นอย่างมั่นคง ปล่อยหลังงอตามธรรมชาติ
    4. ออกแรงดันเท้ายกตัวกลับขึ้นมา แล้วฝึกจนครบจำนวน
    5. จำนวนในการฝึก : 2 เซ็ต เซ็ตละ 10-15 ครั้ง

    6.ท่า Bird Dog Hold

    1. วิธีการฝึก
    1. เริ่มต้นในท่ายืนสี่ขา วางมือไว้กับพื้นตำแหน่งมือต้องอยู่ใต้หัวไหล่ วางเข่าไว้กับพื้น ตำแหน่งเข่าต้องเป็นเส้นตรงใต้ก้น ปล่อยหลังไปตามธรรมชาติ
    2. ยื่นแขนขวาและขาซ้ายยกขึ้นมา แล้วชี้ตรงออกไปทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ไหล่และก้นจะต้องขนานกับพื้นตลอดเวลา
    3. หยุดนิ่ง ๆ สัก 2-3 วินาที จากนั้นหย่อนแขนขากลับสู่จุดเริ่มต้น
    4. ทำซ้ำโดยเปลี่ยนข้าง
    5. หากต้องการเพิ่มความยาก ในตอนฝึกให้เก็บคางเข้าหาหน้าอก ตามองไปยังพื้น
    6. จำนวนครั้งในการฝึก : 2-3 เซ็ต ใน 1 เซ็ตเราจะยกแขนขาค้างไว้ 8-10 วินาที (ฝึกทั้งสองข้าง)

    7.ท่า Cossack Squat

    • อุปกรณ์ในการฝึก : ดัมเบลหรือ Kettle Bell
    • วิธีการฝึก
    1. กางขาออก ค่อย ๆ งอเข่าย่อตัวลงมาทางด้านซ้าย
    2. งอเข่าซ้ายปักเท้าลงพื้น ยืดขาขวาออกด้านข้าง ชี้นิ้วเท้าขวาขึ้นเพดาน
    3. ออกแรงดันพื้นยกตัวกลับขึ้นมา และให้เอนตัวไปด้านขวา จากนั้นฝึกสลับข้างกันต่อไปจนครบจำนวน
    4. จำนวนครั้งในการฝึก : 2-4 เซ็ต เซ็ตละ 8-10 ครั้ง

    8.ท่า REVERSE PLANK WITH HIP FLEXION

    1. หงายหลังลงพื้น เอามือยกตัวขึ้นมาจากด้านหลัง ชี้ขาทั้งสองข้างเอียงไปด้านหน้า
    2. ตำแหน่งการวางมือจะต้องอยู่ใต้ตำแหน่งหัวไหล่ลงมาเป็นเส้นตรง ยกก้นขึ้นเหนือพื้น
    3. ทำร่างกายให้เป็นเส้นตรง ยกเข่าข้างหนึ่งเข้าหาหน้าอก จากนั้นหย่อนเท้ากลับลงไป
    4. ยกขาสลับกันต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ (แบบเดียวกับเดินสวนสนาม)
    5. จำนวนครั้งในการฝึก : 2-3 เซ็ต เซ็ตละ 15-20 ครั้ง

    9.ท่า Heel Walk

    • Nite : ตอนฝึกท่านี้เราไม่จำเป็นต้องใส่รองเท้าก็ได้
    1. ยืนตัวตรง ยกนิ้วเท้าขึ้นจากพื้น
    2. ยืนโดยใช้ส้นเท้า จากนั้นเดินไปข้างหน้าช้า ๆ
    3. ตั้งตัวตรงและเดินให้เป็นธรรมชาติตลอดเวลา
    4. จำนวนครั้งในการฝึก : 2-3 เซ็ต แต่ละเซ็ตให้ฝึกขาข้างละ 15-20 ครั้ง

    10.ท่า STRAIGHT LEG CRUNCH

    1. นอนหงายลงพื้น ชี้มือทั้งสองข้างขึ้นหาเพดาน
    2. เกร็งกล้ามเนื้อแกนกลาง ค่อย ๆ ยกร่างกายส่วนบนขึ้นมาจากพื้น
    3. ระหว่างฝึกให้ชี้ขาตรงตลอดเวลา ยกแขนชูมือขึ้นหาเพดาน
    4. หย่อนตัวกลับไปนอนบนพื้นช้า ๆ
    5. จำนวนครั้งในการฝึก : 1-3 เซ็ต เซ็ตละ 10-15 ครั้ง

    การฝึก Cross Training จะช่วยให้จิตใจและร่างกายสดชื่นตลอดเวลา การฝึกกล้ามเนื้อจะช่วยให้นักวิ่งมีความเร็วในการวิ่งมากขึ้น และในระยะยาวจะช่วยส่งเสริมสุขภาพของระบบหลอดเลือดและหัวใจ ดังนั้นเราจึงควรมีการฝึก Cross Training ทุกสัปดาห์

    ที่มา:vrunvride.com

    ติดตามเรา

    spot_img

    Related Articles