กล้วยหอมไม่ได้เป็นเพียงผลไม้ที่รสชาติอร่อยและหาทานง่ายเท่านั้น แต่ยังถูกยกให้เป็น “ซูเปอร์ฟู้ด” สำหรับคนทุกวัย โดยเฉพาะในกลุ่มคนทำงานและนักกีฬา เนื่องจากกล้วยหอมหนึ่งลูกอัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกายอย่างคาดไม่ถึง
คุณประโยชน์ของกล้วยหอม ดีต่อสุขภาพ ประโยชน์ของกล้วยหอมนั้น มีมากมายเลยทีเดียว แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ว่ามันมีดีต่อสุขภาพร่างกายแค่นั้น
เพราะหลายคนอาจจะคิดแค่ว่ากินกล้วยหอมลดน้ำหนัก โดยเฉพาะกินกล้วยหอมตอนเช้าที่ให้ทั้งพลังงานและลดน้ำหนักได้ผล แต่วันนี้เราจะมาบอกค่ะว่าประโยชน์ของกล้วยหอมมีดีต่อสุขภาพมากกว่านั้น แนะนำเบื้องต้น เช่น

- 1.บำรุงกระดูกให้แข็งแรง
- 2.ช่วยต้านอนุมูลอิสระ
- 3.ช่วยลดความเครียด
- 4.ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้น
- 5.บำรุงสายตา
- 6.เติมพลังงานให้แก่ร่างกาย
- 7.บำรุงหัวใจ
- 8.แก้อาการท้องผูก
ขุมพลังงานสำหรับสมองและร่างกาย
ประโยชน์ที่โดดเด่นที่สุดของกล้วยหอมคือการเป็นแหล่งพลังงานชั้นดี กล้วยหอมมีน้ำตาลธรรมชาติที่ร่างกายสามารถเปลี่ยนเป็นพลังงานได้ทันที ผสานกับวิตามิน B6 ที่มีอยู่สูงมาก ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการสร้างสารสื่อประสาท ช่วยให้สมองทำงานได้เต็มที่ เพิ่มสมาธิในการทำงาน และลดความเหนื่อยล้าสะสมระหว่างวัน
เพื่อนแท้ดูแลหัวใจและระบบความดัน
กล้วยหอมอุดมไปด้วยโพแทสเซียม ซึ่งเป็นแร่ธาตุที่ช่วยควบคุมสมดุลของเหลวในร่างกายและช่วยให้หัวใจเต้นเป็นจังหวะปกติ การทานกล้วยหอมเป็นประจำช่วยให้ร่างกายขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ จึงมีส่วนช่วยในการลดความดันโลหะและลดความเสี่ยงของโรคหลอดเลือดสมองได้อย่างมีนัยสำคัญ
ตัวช่วยลดความเครียดและปรับสมดุลอารมณ์
หลายคนอาจไม่ทราบว่ากล้วยหอมมีส่วนช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้ เพราะมีกรดอะมิโน “ทริปโตเฟน” ที่ร่างกายจะเปลี่ยนเป็น “เซโรโทนิน” หรือ ฮอร์โมนแห่งความสุข การทานกล้วยหอมในช่วงบ่ายที่รู้สึกเครียดจากการทำงาน จะช่วยให้จิตใจผ่อนคลายและลดอาการหงุดหงิดได้ดี
ดูแลระบบย่อยอาหารและรูปร่าง
กล้วยหอมมีใยอาหารชนิดที่ช่วยทำความสะอาดลำไส้และช่วยให้ระบบขับถ่ายเป็นปกติ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่ช่วยชะลอการเสื่อมของเซลล์ สำหรับใครที่มีปัญหาเรื่องกรดไหลย้อน กล้วยหอมยังมีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ ช่วยเคลือบกระเพาะอาหารและบรรเทาอาการแสบร้อนกลางอกได้อีกด้วย

ประโยชน์ของกล้วยหอมต่อสุขภาพ อย่างไร ….เรามาดูรายละเอียดกัน…
1.ช่วยป้องกันกระดูกเปราะ
จะเห็นได้ชัดว่ากล้วยหอมมีฟอสฟอรัสค่อนข้างสูง ซึ่งสารอาหารชนิดนี้จะมีส่วนช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกเราได้ อีกทั้งในกล้วยหอมก็ยังมีแคลเซียมช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกระดูกส่วนต่าง ๆ ในร่างกายได้อีกทาง
2.ต้านอนุมูลอิสระ
กล้วยเป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีอยู่พอสมควร ดังนั้นจะถือเป็นผลไม้ต้านอนุมูลอิสระตัวหนึ่งก็ไม่ผิดนัก อีกทั้งวิตามินซีที่มีอยู่ในกล้วยยังจะช่วยเสริมความแข็งแรงของหลอดเลือด และป้องกันโรคลักปิดลักเปิดได้ด้วยนะคะ
3.ช่วยคลายเครียด
เมื่อร่างกายตกอยู่ในสภาวะเครียด ความดันเลือดก็จะสูงขึ้น ส่งผลให้เรารู้สึกไม่สบายเนื้อไม่สบายตัว หรืออาจก่อให้เกิดอาการปวดหัวตุบ ๆ ได้ ซึ่งจุดนี้โพแทสเซียมและวิตามินในกล้วยหอมจะช่วยลดความดันเลือดให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ จึงทำให้ร่างกายลดระดับความตึงเครียดลงไปด้วยนั่นเอง
4.บำรุงสายตา
กล้วยหอมพกมาทั้งวิตามินเอ และเบต้า-แคโรทีน ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญต่อสุขภาพดวงตา มีส่วนช่วยบำรุงการทำงานของระบบประสาทตา จึงสามารถบำรุงสายตาและการมองเห็นได้เป็นอย่างดี

5.แก้ท้องผูก
ไฟเบอร์ที่มีอยู่ในกล้วยหอมเป็นไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำได้ ซึ่งดีต่อระบบขับถ่ายของเรามากเลยทีเดียว ดังนั้นใครมีอาการท้องผูกบ่อย ๆ ลองกินกล้วยหอมให้ได้ทุกวัน วันละ 1 ลูก ก็น่าจะช่วยแก้ท้องผูกให้คุณได้
6.ช่วยเติมพลังให้ร่างกาย
บทบาทนี้ของกล้วยหอมต้องยกความดีความชอบให้กับวิตามินซีเลยค่ะ เพราะวิตามินซีมีส่วนสำคัญต่อกระบวนการผลิตพลังงานของร่างกาย ฉะนั้นใครอยากเติมพลังให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า กล้วยหอมสักลูกก็ช่วยได้ โดยเฉพาะหากกินกล้วยหอมก่อนออกกำลังกาย ก็จะช่วยให้อึดขึ้นด้วย
7.แก้นอนไม่หลับ
กินกล้วยหอมก่อนนอนก็เป็นอีกหนึ่งวิธีแก้นอนไม่หลับได้ค่ะ เพราะกล้วยหอมอุดมไปด้วยกรดอะมิโนและทริปโตเฟน สารประกอบสำคัญของการสร้างเซโรโทนิน ฮอร์โมนในร่างกายที่ช่วยให้หลับง่ายขึ้น ดังนั้นใครมีอาการนอนหลับกระสับกระส่าย นอนไม่หลับบ่อย ๆ แนะนำให้กินกล้วยหอมหลังมื้อเย็นแล้วค่อยอาบน้ำนอน
8.ช่วยย่อยอาหาร
กากอาหารในกล้วยหอมจะช่วยให้การทำงานของระบบย่อยอาหารคล่องตัวมากขึ้น ยิ่งถ้ากินกล้วยหอมได้บ่อย ๆ ก็จะช่วยปรับจูนระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้เป็นปกติดี ชนิดที่เราไม่จำเป็นต้องพึ่งยาช่วยย่อยกันอีกเลย
คุณค่าทางโภชนาการของกล้วยหอม ปริมาณ 100 กรัม (ประมาณ 1 ลูกขนาดกลาง)
พลังงาน 132 กิโลแคลอรี
- น้ำ 66.3 กรัม
- โปรตีน 0.9 กรัม
- ไขมัน 0.2 กรัม
- คาร์โบไฮเดรต 31.7 กรัม
- ไฟเบอร์ 1.9 กรัม
- ซัลเฟต 0.9 กรัม
- แคลเซียม 26 มิลลิกรัม
- ฟอสฟอรัส 46 มิลลิกรัม
- เหล็ก 0.8 มิลลิกรัม
- เบต้า-แคโรทีน 99 ไมโครกรัม
- วิตามินเอ 17 ไมโครกรัม
- วิตามินบี 1 (ไทอะมีน) 0.04 มิลลิกรัม
- วิตามินบี 2 (ไรโบฟลาวิน) 0.07 มิลลิกรัม
- ไนอะซีน 0.1 มิลลิกรัม
- วิตามินซี 27 มิลลิกรัม
- สรรพคุณกล้วยหอมพร้อมเป็นยา
1.เป็นยาทำให้ปอดชุ่ม รักษาโรคร้อน กระหายน้ำ
ตามศาสตร์แพทย์แผนจีน กล้วยหอมมีรสเย็น และเข้าเส้นลมปราณปอด จึงมีการนำกล้วยหอมมารักษาโรคร้อน กระหายน้ำ แก้เมาแฮงก์ แก้ไอเรื้อรังจากอาการคอแห้ง เพียงแค่กินกล้วยหอมสุกหรือสมูทตี้กล้วยหอมก็ได้
2.รักษาความดันโลหิตสูง
ตำรับยาสมุนไพรใช้เปลือกกล้วยหอมสด 30-60 กรัม ต้มเอาน้ำดื่ม เป็นยาหม้อช่วยลดความดันโลหิตสูงได้ หรือหากต้มปลีกล้วยกินเป็นประจำ จะช่วยป้องกันโรคเส้นเลือดในสมองแตกได้
3.รักษาโรคริดสีดวงทวาร
ใครมีอาการท้องผูก หรือเป็นริดสีดวงทวาร ตำรับนี้จะช่วยแก้อาการให้คุณได้ เพียงแค่กินกล้วยหอมสุก 1-2 ลูกทุกเช้าขณะท้องว่างเป็นประจำ
4.รักษาอาการมือ-เท้าแตก
เปลือกกล้วยหอมยังมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการมือ-เท้าแตกได้ด้วยนะคะ โดยนำกล้วยหอมที่สุกเต็มที่มาเจาะรูเล็ก ๆ ที่ปลายข้างหนึ่ง แล้วบีบเอากล้วยออกมาทาที่เท้าแตก ทิ้งไว้หลาย ๆ ชั่วโมงหน่อยแล้วค่อยล้างออก ทำบ่อย ๆ ผิวที่เคยแห้งแตกจะชุ่มชื้นและดูดีขึ้นได้

โทษของกล้วยหอม
ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีสองด้านเสมอ อย่างกล้วยหอมเองก็มีข้อควรระวังในการรับประทานด้วย ซึ่งก็คือไม่ควรกินกล้วยหอมมากเกินขนาด สักวันละ 1-2 ลูกก็เพียงพอ เพราะกล้วยหอมมีฤทธิ์เย็น ไม่เหมาะต่อคนที่มีอาการท้องอืด มีลมในท้องมาก มีเสมหะมากเนื่องจากอาการม้ามพร่อง เพราะอาจทำให้อาการเหล่านี้ยิ่งกำเริบได้
ข้อแนะนำในการทานเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด
- ควรทานกล้วยหอมวันละ 1-2 ลูก โดยเลือกความสุกให้เหมาะกับความต้องการ
- หากต้องการควบคุมน้ำตาลควรเลือกกล้วยที่พอเริ่มสุก (เปลือกยังมีสีเขียวปน)
- แต่หากต้องการพลังงานเร็วหรือใช้ทำสมูทตี้ กล้วยหอมสุกที่มีจุดสีน้ำตาลเล็กน้อยจะให้รสชาติที่หวานและมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงที่สุด
ขอทิ้งท้ายไว้นิดนึงว่า สำหรับคนที่กำลังลดน้ำหนัก อย่าลืมนะคะว่ากล้วยก็มีแคลอรีพอประมาณ ถ้ากินเกินวันละ 2 ลูกก็ให้พลังงานเกือบ 300 กิโลแคลอรีแล้ว ฉะนั้นเลือกกินอาหารที่หลากหลาย เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารได้ครบถ้วน และหมั่นออกกำลังกายเป็นประจำจะดีกว่า
ที่มา:mgronline.com,tuemaster.com

