ไม่แพงเหมือนแซลมอน! ปลาบ้านๆ คว้าแชมป์โอเมก้า-3

ไม่ต้องจ่ายแพง! เผย 2 ปลาราคาประหยัด Omega-3 สูงปรี๊ดแซงหน้าแซลมอน ช่วย “ล้างหลอดเลือด” บำรุงสายตา

เวลาไปเดินตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต หลายคนมักมองหา “ปลาแซลมอน” เพราะเชื่อว่าเป็นแหล่ง Omega-3 ที่ดีที่สุด แต่ หยาง ซือหาน (Yang Sihan) นักโภชนาการชื่อดังได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จริงๆ แล้ว “ปลาพื้นบ้าน” ที่ราคาเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์นี่แหละ คือขุมทรัพย์ของไขมันดีที่ช่วยทำความสะอาดหลอดเลือดและบำรุงสมองได้ดียิ่งกว่า!

เปิดโผ 2 ปลาบ้านๆ ที่ Omega-3 สูงติดอันดับโลก

1.ปลาทู (Mackerel)

ครองอันดับ 1 ในกลุ่มปลาทั่วไปที่หาซื้อง่ายและราคาถูก ปลาทูเป็นปลาขนาดกลาง ทำให้มีความเสี่ยงในการสะสมของโลหะหนักน้อยกว่าปลาใหญ่ ที่สำคัญมีปริมาณ Omega-3 สูงมากเกินคาด เหมาะสำหรับทานเป็นประจำ

ประโยชน์: ช่วยลดการอักเสบและเสริมสร้างการทำงานของหัวใจ

2.ปลาซาร์ดีน (Sardines)

ตามมาติดๆ ในแง่ของ “ความคุ้มค่าเมื่อเทียบกับราคา” ปลาซาร์ดีนสามารถทานได้ทั้งตัวรวมถึงก้างที่นิ่ม ช่วยให้ร่างกายได้รับสารอาหารสูงสุดทั้งไขมันดีและแคลเซียม

ส่วน ปลาแซลมอน ที่เด็กๆ ชอบนั้น จริงๆ แล้วรั้งอันดับ 3 ในลิสต์นี้ แม้จะมีวิตามินดีสูงและทานง่าย แต่ในแง่ปริมาณ Omega-3 ต่อราคานั้นยังแพ้ปลาทูและปลาซาร์ดีนอยู่ครับ

เจาะลึกความต่าง: EPA vs DHA เลือกกินอย่างไรให้ตรงจุด?

ใน Omega-3 มีส่วนประกอบหลัก 2 ตัวที่ทำหน้าที่ต่างกัน:

EPA (คนล้างหลอดเลือด): ช่วยลดการอักเสบ ป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือด และช่วยให้เลือดไหลเวียนดี เหมาะมากสำหรับคนวัยทำงานและผู้สูงอายุที่มีปัญหาไขมันในเลือดสูงหรือความดันสูง

DHA (สถาปนิกสมอง): เป็นส่วนประกอบสำคัญของเซลล์สมองและจอประสาทตา ช่วยเรื่องการเรียนรู้ ควบคุมอารมณ์ และปกป้องดวงตาจากแสงสีฟ้า เหมาะสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์และเด็กวัยเรียน

กินแค่ไหนถึงจะพอ?

ผู้ใหญ่: ควรได้รับ EPA และ DHA รวมกันประมาณ 250-500 มก. ต่อวัน (ทานปลาทะเลน้ำลึก 2-3 มื้อต่อสัปดาห์ก็เพียงพอแล้ว)

เด็ก: เน้น DHA เป็นหลัก ประมาณ 100-250 มก. ต่อวัน เพื่อพัฒนาการของสมองและสายตา

สุขภาพที่ดีไม่จำเป็นต้องจ่ายแพงเสมอไป เพียงแค่เราเลือกกินปลาพื้นบ้านอย่างปลาทูหรือปลาซาร์ดีนให้ได้สัปดาห์ละ 2 มื้อ ร่างกายก็จะได้รับไขมันดีไปช่วยดูแลทั้งหัวใจ ดวงตา และสมองได้อย่างยั่งยืนและปลอดภัย เปลี่ยนจากอาหารเสริมเม็ดแพงๆ มาเป็นเมนูปลารสเลิศในมื้อเย็นวันนี้กันดีกว่า

ที่มา:sanook.com

ติดตามเรา

spot_img

Related Articles