วิธีลดพุง ลดหน้าท้อง
“พุง” หรือ “ไขมันหน้าท้อง” ถือเป็นส่วนเกินของร่างกาย ที่ทำให้รู้สึกขาดความมั่นใจในรูปร่างและบุคลิกภาพ แต่สิ่งที่น่ากังวลมากกว่านั้นคือ ยิ่งมีพุงมากเท่าไหร่ โอกาสเกิดโรคต่าง ๆ ก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้นครับ หลายคนจึงพยายามหาวิธีลดพุง ลดหน้าท้อง โดยการลองผิดลองถูก ทั้งอดอาหาร รับประทานยาลดน้ำหนัก ออกกำลังกายอย่างหนัก แต่พุงก็ไม่ยุบเสียที
ไขมันหน้าท้องมีกี่แบบ ?
ไขมันหน้าท้องจะมีทั้งหมด 3 ชั้นครับ แบ่งเป็น
1.ไขมันใต้ชั้นผิวหนัง
SUBCUTANEOUS FAT เป็นไขมันที่สะสมอยู่ใต้ผิวหนังชั้นนอกสุด สามารถจับหรือหยิบขึ้นมาได้ เช่น บริเวณหน้าท้อง สะโพก ต้นขา
2.กล้ามเนื้อท้อง
ABDOMINAL MUSCLES คือ กล้ามเนื้อหน้าท้อง อยู่ถัดจากขั้นไขมัน เมื่อกล้ามเนื้อหน้าท้องไม่แข็งแรง เวลาที่รับประทานอาหารเข้าไปมาก ๆ จะทำให้พุงห้อยลงมา
3.ไขมันในช่องท้อง
VISCERAL FAT เกิดจากการรับประทานอาหารที่เป็นไขมันมากเกินไป ร่างกายเผาพลาญไม่หมด เมื่อเวลาผ่านไปไขมันส่วนนี้จะถูกสะสม และดันออกมาทำให้หน้าท้องดูป่อง

พุงมีกี่แบบ?
พุง คือ ไขมันที่สะสมอยู่บริเวณรอบเอว หรือไขมันหน้าท้อง มักจะเป็นไขมันที่กำจัดออกได้ยากหรือไขมันดื้อ สามารถแบ่งพุงออกเป็น 5 ประเภทหลัก ๆ ดังนี้
- พุงที่เกิดจากแอลกอฮอล์ (Alcohol Belly): คือ พุง ที่มีลักษณะเป็นชั้น เกิดจากการรับประทานแอลกอฮอล์ ของหวาน และขาดการออกกำลังกาย จึงมีแคลอรีสะสมในร่างกายอยู่มาก
- พุงฮอร์โมน (Hormomal Belly) :คือ พุง ที่มีลักษณะป่องที่ช่วงล่างของพุง ส่วนใหญ่เกิดจากฮอร์โมน เห็นได้ชัดในช่วงก่อนมีประจำเดือน มักเกิดกับคนที่มีรูปร่างผอม มีสาเหตุมาจาการรับประทานอาหารแบบเดิมซ้ำ ๆ หรือมักเกิดจากการออกกำลังกายผิดวิธี
- พุงเครียด (Stress-out Belly) : คือ พุงที่มีลักษณะแข็ง บริเวณกระบังลมไปจนถึงสะดือ ส่วนใหญ่เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ และจากความเครียดสะสมในชีวิตประจำวัน ทำให้ระบบการทำงานในร่างกายแปรปรวน จึงทำให้ลงพุง
- พุงคุณแม่ (Mommy Belly) : คือ พุงที่มักพบได้ในคุณแม่หลังคลอดใหม่ ๆ มีไขมันเกาะบริเวณรอบ ๆ หน้าท้อง พุงลักษณะนี้ ส่วนใหญ่ถ้าแต่เดิมคุณแม่หลังคลอดไม่ใช่คนอ้วนมาก พุงจะค่อยลดลงได้หากออกกำลังกายอย่างถูกวิธีในช่วงระยะเวลา 1-2 เดือน หลังจากพักฟื้น
- พุงป่อง (Bloated Belly) : คือ พุงที่มีลักษณะคล้าย ๆ พุงจากแอลกอฮอล์ เป็นพุงกลม ๆ คนที่มีพุงลักษณะนี้ ในตอนเช้าหน้าท้องจะแบน แต่จะป่องในตอนกลางวัน สาเหตุจากมีแก๊สในกระเพาะอาหาร ระบบการย่อยมีปัญหา
ในบางรายจะรู้สึกท้องอืดบ่อย ๆ เป็นพุงที่ไม่อันตราย แต่ก็สร้างความไม่มั่นใจได้ครับ วิธีแก้เบื้องต้น หมอแนะนำให้ดื่มน้ำมาก ๆ รับประทานอาหารประเภทกากใยให้มากขึ้น เพื่อให้กระเพาะอาหารและระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น
ใครเหมาะกับการลดพุง ลดไขมันหน้าท้อง
- ผู้ที่มีรูปร่างอ้วน พุงป่องหรือมีไขมันส่วนท้องมากกว่าส่วนอื่น ๆ
- มีรอบเอวที่เกินขนาดมาตรฐาน
- ขาดความมั่นใจในรูปร่าง
- ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ความดัน เบาหวาน
- ผู้ที่มีไขมันสะสม ต้องการลดเฉพาะส่วน เช่น ผู้ที่มีหน้าท้องหลังคลอดบุตร
ขนาดรอบเอวมาตรฐานของคนเอเชียปกติ
- ผู้ชายไม่ควรเกิน 36 นิ้ว หรือ 90 เซนติเมตร
- ผู้หญิงไม่ควรเกิน 32 นิ้ว หรือ 80 เซนติเมตร
วิธีลดพุง เพื่อหุ่นฟิตเฟิร์ม
พุงที่เกิดจากการรับประทานอาหารที่มีแคลอรีสูงอย่างต่อเนื่อง ขาดการออกกำลังกาย ไขมันจึงค่อนข้างดื้อลดได้ยาก แต่หากใครต้องการลดพุง ลดหน้าท้องอย่างจริงจัง ก็สามารถทำได้ครับ โดยมีวิธีการลดพุง ลดหน้าท้อง ดังนี้
1.การออกกําลังกายลดหน้าท้อง
การออกกำลังกายเป็นวิธีลดพุง ที่หมอแนะนำในอันดับแรก ๆ ครับ เพราะเป็นวิธีที่ยั่งยืน ช่วยให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงแบบองค์รวม ร่างกายสามารถเผาผลาญ metabolism ในแต่ละวันได้ ทำให้ร่างกายดึงไขมันที่เก็บสะสมตามส่วนต่าง ๆ มาใช้ ทำให้ไขมันส่วนเกินลดลง พุงยุบ ลดหน้าท้องได้
สิ่งที่ควรรู้คือในขบวนการเผาผลาญ ร่างกายจะดึงพลังงานจากไขมันมาใช้ต้องมีการเต้นของหัวใจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 20-30 นาทีครับ จากนั้นเมื่อต้องการสลายไขมันพุง ลดพุง ลดหน้าท้อง ต้องใช้ท่าบริหารลดหน้าท้องเข้าช่วยครับ หมอมีท่าตัวอย่างมาแนะนำ 4 ท่า ดังนี้
1.ท่า Basic Crunch : ท่านี้จะคล้าย ๆ กับท่าซิทอัพ เป็นการบริหารบริเวณกล้ามเนื้อหน้าท้องช่วงล่าง ช่วยให้หน้าท้องแบนกระชับ สามารถลดพุง ลดหน้าท้องได้อย่างดี
วิธีฝึก : นอนราบบนพื้น ชันเข่าขึ้น วางมือทั้งสองข้างที่บริเวณใบหู แล้วยกตัวขึ้น แต่ไม่ต้องขึ้นสุด วางตัวลง และ ขึ้น สลับไปมา ทำประมาณ 10 ครั้ง ต่อ 1 Set โดยขณะทำให้เกร็งหน้าท้องแล้วยกตัวขึ้นครับ
2.ท่า Bicycle Crunch : ท่านี้คล้าย กับการปั่นจักรยานอากาศ ข้อดีคือช่วยลดกล้ามเนื้อบริเวณหน้าท้องและเอวได้เป็นอย่าง เหมาะกับผู้ที่ต้องการให้หน้าท้องกระชับ เพิ่มซิกแพ็คได้ครับ
วิธีฝึก : ให้นอนราบลงไปบนพื้น จากนั้นชันเข่าขึ้น วางมือทั้งสองข้างที่บริเวณใบหูแล้วยกตัวขึ้น พร้อมกับยกขาขึ้นหนึ่งข้าง โดยให้แขนสลับกับขา ทำสลับขาไปมา เหมือนปั่นจักรยานอากาศ ขณะทำก็เกร็งหน้าท้องแล้วยกตัวขึ้น เช่นเดียวกับท่าแรก ทำประมาณ 10 ครั้ง ต่อ 1 Set
3.Leg Raise : ท่านี้จะช่วยลดหน้าท้องส่วนล่าง ลดไขมันหน้าท้องได้อย่างดี
วิธีฝึก : ท่า Leg Raise นอนราบกับพื้น ชันเข่าขึ้นทั้งสองข้าง จากนั้นค่อย ๆ ยกขาทั้งสองข้างขึ้นเหยียดตรง ปลายเท้าชี้ขึ้นฟ้า ทำมุม 90 องศากับลำตัว ทำขึ้นลง ห้ามงอเข่า หลังตรงแนบสนิทกับพื้น ยกขาขึ้นและทำซ้ำประมาณ 10 ครั้งต่อ 1 Set
4.Plank Crunches ท่านี้จะช่วยการทำงานของกล้ามเนื้อ เบิร์นไขมันได้ดี ช่วยให้มีเอว s ไวขึ้น สามารถบริหารร่างกายได้ทุกส่วน โดยเน้นแกนกลางลำตัว ช่วยลดพุง เสริมความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ
วิธีฝึก : ให้นอนคว่ำหน้าลงกับพื้น ให้ตั้งข้อศอกขึ้นพร้อมกับตั้งปลายเท้าเพื่อยกตัวขึ้นขนานกับพื้น เกร็งหน้าท้อง ยกเข่าขึ้นมาให้ถึงบริเวณข้อศอก ทำสลับขาข้างซ้ายกับขวาไปเรื่อย ๆ ทำซ้ำประมาณ 10 ครั้งต่อ 1 Set
สำหรับใครที่จะออกกำลังลดพุง ลดหน้าท้อง แต่ยังไม่มั่นใจทำท่าถูกหรือไม่ สามารถปรึกษาเทรนเนอร์ หรือเซิร์ทหาข้อมูลแต่ละท่าเพิ่มเติม จาก youtube ได้ครับ มีแชร์ท่าบริหารค่อนข้างมากสามารถทำตามได้ง่าย ๆ
2.ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมรับประทานอาหาร
การเปลี่ยนพฤติกรรมการรับประทานอาหารเป็นวิธีลดพุง ลดหน้าท้อง ที่แก้ปัญหาจากต้นเหตุ อ้วนลงพุง มีไขมันส่วนเกินสะสม ล้วนเกิดจากการรับประทาน ดังนั้นหากหลีกเลี่ยงอาหารที่มีแคลอรีสูง จะช่วยลดพุงได้มากครับ
- ผู้ชาย : ควรได้แคลอรีประมาณวันละ 2,000 กิโลแคลอรี
- ผู้หญิง :ควรได้แคลอรีประมาณวันละ 1,600 กิโลแคลอรี
อาหารที่ควรหลีกเลี่ยง
- แอลกอฮอล์
- อาหารแปรรูป
- ของทอด อาหารไขมันสูง
- ของหวาน น้ำอัดลม (น้ำตาลที่ร่างกายควรได้รับต้องไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน)
- ขนมกรุบกรอบ ที่มีคาร์โบไฮเดรต และโซเดียมสูง
อาหารที่แนะนำให้รับประทาน
- อาหารประเภทต้ม นึ่ง ตุ๋น ลวก
- เน้นโปรตีนที่มีไขมันต่ำ เช่น อกไก่ ไข่ขาว ปลา เนื้อหมูสันใน
- ผักผลไม้ พืชตระกูลถั่ว
- ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากนมไขมันต่ำหรือไม่มีไขมัน
- ดื่มน้ำอย่างน้อย 8-10 แก้วต่อวัน
3.ทำ IF (Intermittent Fasting)
การทำ Intermittent Fasting (IF) ลดพุงเป็นอีกหนึ่งวิธี ที่ถูกนำมาใช้ในการลดน้ำหนักครับ ปัจจุบันได้รับความนิยมมาก โดยเฉพาะในกลุ่มทำงานออฟฟิศ หลักการของวิธีการนี้คือ การควบคุมแคลอรีและจำกัดเวลาในการรับประทานอาหาร
การทำ IF มีหลายช่วงระยะเวลาให้เลือกปฏิบัติ แต่ที่ได้รับความนิยมและหลาย ๆ คนทำได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่ล้มเหลว คือ 8/16
- จำกัดเวลาทานอาหาร 8 ชั่วโมง และอดอาหาร 16 ชั่วโมง
- รับประทานอาหารวันละ 2 มื้อ โดยไม่กินของจุกจิก ทานได้เพียงแต่น้ำเปล่า หรือกาแฟ ชา ที่ไม่ใส่น้ำตาล ไม่มีแคลลอรี
ที่มา:vsquareclinic.com