หากพูดถึง “เวย์โปรตีน” หลายคนคงนึกถึงภาพเครื่องดื่มรสช็อกโกแลตหรือวานิลลา ที่มีลักษณะขุ่นข้นคล้ายนม แม้จะมีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่สำหรับบางคนอาจรู้สึกว่าดื่มยากไปสักหน่อย แต่ในปัจจุบันได้มีการเปิดตัว “โปรตีนใส” (Clear Whey Protein) นวัตกรรมที่เปลี่ยนเวย์โปรตีนให้กลายเป็นเครื่องดื่มใส สดชื่น คล้ายน้ำผลไม้หรือน้ำวิตามิน
วันนี้จะพาไปทำความรู้จักกับ “โปรตีนใส” เครื่องดื่มสุขภาพเทรนด์ใหม่ที่ถูกใจสายเฮลตี้ พร้อมแนะนำวิธีดื่มโปรตีนใสแบบง่ายๆ ที่อาจจะกลายเป็นทางเลือกใหม่ที่นำมาดื่มแทนน้ำหวานของใครหลายๆ คน

ทำความรู้จัก “โปรตีนใส” คืออะไร ทำไมถึงกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของคนรักสุขภาพ
โปรตีนใส คือ การพัฒนาเวย์โปรตีนไปอีกขั้น โดยใช้เวย์โปรตีนไอโซเลตที่ผ่านการกรองอย่างละเอียด และปรับสมดุลจนได้โปรตีนที่มีความบริสุทธิ์สูง เมื่อนำมาละลายน้ำจึงไม่เกิดความขุ่นแบบเวย์ทั่วไป แต่กลายเป็นเครื่องดื่มใส สีสวย คล้ายเครื่องดื่มวิตามินหรือน้ำผลไม้
จุดที่ทำให้โปรตีนใสกลายเป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมในกลุ่มคนรุ่นใหม่ มาจากรสชาติที่ดื่มง่าย คล้ายๆ น้ำผลไม้ มีรสให้เลือกมากมาย เช่น เลมอน ส้ม องุ่น หรือแอปเปิล ให้ความรู้สึกสดชื่น แถมหลายแบรนด์ยังทำออกมาในรูปแบบบรรจุขวดเหมือนน้ำดื่ม น้ำหนักเบา พกพาสะดวกไปได้ทุกที่
โปรตีน คือสารอาหารหลักที่เป็นโครงสร้างสำคัญของร่างกาย ไม่เพียงแต่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ แต่ยังจำเป็นต่อการสร้างกล้ามเนื้อและฮอร์โมน เช็กเลย “โปรตีน” ควรกินวันละกี่กรัม เปิดวิธีคำนวณโปรตีน กินแค่ไหนถึงจะหุ่นดี สุขภาพแข็งแรง
ไขข้อสงสัย “โปรตีนใส” ดีไหม และมีประโยชน์อย่างไรบ้าง
1.ให้โปรตีนบริสุทธิ์สูง
ส่วนใหญ่โปรตีนใส 1 สกู๊ป จะให้โปรตีนประมาณ 20-25 กรัม โดยที่ไม่มีไขมันและไม่มีน้ำตาล เหมาะสำหรับคนที่กำลังควบคุมน้ำหนัก
2.แคลอรีต่ำ
เนื่องจากสกัดไขมันและน้ำตาลออกไปจากโปรตีนใสเกือบหมด ทำให้พลังงานรวมต่อหน่วยต่ำกว่าเวย์ปกติ ช่วยให้บริหารจัดการแคลอรีในแต่ละวันได้ง่ายขึ้น
3.ให้ความรู้สึกสดชื่น
รสชาติที่ดื่มง่าย ช่วยลดความอยากน้ำหวานหรือชานมไข่มุกระหว่างวันได้เป็นอย่างดี อีกทั้งดื่มแล้วรู้สึกสดชื่น และร่างกายยังได้รับประโยชน์จากโปรตีน
ความแตกต่างระหว่าง “โปรตีนใส” กับ “โปรตีนเวย์แบบขุ่น”
โปรตีนเวย์
- เนื้อสัมผัส : มีความหนืด ขุ่น คล้ายนมหรือมิลค์เชค ดื่มแล้วค่อนข้างหนักท้อง
- รสชาติ : เน้นรสขนม เช่น นม ช็อกโกแลต วานิลลา ค่อนข้างหวานและเข้มข้น
- การย่อยและการดูดซึม :อาจทำให้บางคนท้องอืด โดยเฉพาะคนที่แพ้แลคโตส ดูดซึมค่อนข้างดี
- ความสะดวกในการดื่ม : ต้องชงก่อนดื่ม และบางครั้งต้องใช้เชคเกอร์เพื่อให้ละลายเข้ากันดี
โปรตีนใส
- เนื้อสัมผัส : มีลักษณะบางเบา ใส คล้ายน้ำผลไม้หรือน้ำวิตามิน ดื่มง่าย ไม่หนักท้อง
- รสชาติ : รสชาติแนวผลไม้ เช่น ส้ม เบอร์รี่ องุ่น ให้ความเปรี้ยวอมหวาน สดชื่น
- การย่อยและการดูดซึม : ใช้เวย์ไอโซเลตที่มีแลคโตสต่ำมาก ลดโอกาสท้องอืด ดูดซึมได้รวดเร็ว
- ความสะดวกในการดื่ม : มีทั้งแบบผงและแบบพร้อมดื่ม เนื้อใส พกง่าย ดื่มได้ทันที
วิธีดื่มโปรตีนใส ให้ได้ผลลัพธ์ดี ดื่มแบบไหนก็เวิร์ก ทั้งแบบชงเองและแบบพร้อมดื่ม
โปรตีนใสในปัจจุบันมีให้เลือกทั้ง “แบบผงสำหรับชงเอง” และ “แบบขวดพร้อมดื่ม” ซึ่งตอบโจทย์คนละไลฟ์สไตล์ แต่ไม่ว่าจะเลือกแบบไหน หลักการดื่มเพื่อให้ได้ทั้งรสชาติที่ดีและประโยชน์สูงสุด มีดังนี้
1.เลือกประเภทให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์
โปรตีนใสมีทั้งแบบผงสำหรับชงเอง และแบบขวดพร้อมดื่ม หากต้องการความสะดวก รวดเร็ว แบบขวดจะตอบโจทย์ แต่ถ้าอยากควบคุมปริมาณหรือความเข้มข้น แบบผงจะเหมาะมากกว่า
2.ใช้น้ำเย็นจัด (สำหรับแบบผง)
การชงด้วยน้ำเย็นประมาณ 300–400 มิลลิลิตรต่อ 1 สกู๊ป จะช่วยให้รสชาติสดชื่น ดื่มง่าย และใกล้เคียงเครื่องดื่มผลไม้มากขึ้น
3.เขย่าแล้วพักก่อนดื่ม
หลังเขย่าอาจเกิดฟองจากโปรตีน ควรวางทิ้งไว้ประมาณ 1–2 นาที เพื่อให้ฟองยุบ ตัวเครื่องดื่มจะใสและน่าดื่มมากขึ้น
4.แช่เย็นก่อนดื่ม (สำหรับแบบขวด)
แม้จะเปิดดื่มได้ทันที แต่การแช่เย็นจะช่วยเพิ่มความสดชื่น ทำให้ดื่มอร่อยขึ้น โดยเฉพาะในวันที่มีอากาศร้อน
5.เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม
ดื่มหลังออกกำลังกายจะช่วยฟื้นฟูกล้ามเนื้อได้ดี หรือดื่มระหว่างวันในช่วงที่หิวหรืออยากของหวาน เพื่อช่วยควบคุมแคลอรีได้เช่นกัน
6.เพิ่มความอร่อยได้ตามชอบ
สามารถเติมน้ำแข็งหรือผสมกับน้ำโซดา เพื่อเพิ่มความซ่า ให้ความรู้สึกเหมือนดื่มเครื่องดื่มม็อกเทลสุขภาพ ทำให้ดื่มได้เพลินขึ้น
สรุป “โปรตีนใส” ไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟชั่นตามเทรนด์ แต่คือเครื่องดื่มทางเลือกของคนรักสุขภาพที่ไม่ชอบดื่มนมข้นๆ คุณสมบัติที่ดื่มง่าย สดชื่น แคลอรีต่ำ และดูดซึมไว เหมาะกับคนที่กำลังลดน้ำหนัก ต้องการดูแลรูปร่าง รวมไปถึงคนวัยทำงานทั่วไป
ที่มา:thairath.co.th