รวม 5 เทรนด์ออกกำลังกายที่ไม่ควรพลาด ปี 2026

คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเรื่องอาหารการกิน การแบ่งเวลาชีวิตให้มีความสมดุล การออกกำลังกายจึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมเพื่อรูปร่าง แต่เป็นหนึ่งในกิจวัตรประจำวันของหลายคน ซึ่งมีส่วนช่วยให้สมองสดชื่น ลดความเครียด และเสริมสร้างสมดุลชีวิต ปัจจุบันมีเทรนด์การออกกำลังกายใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนมากขึ้น ทั้งแบบเบาๆ หรือออกแรงเต็มที่ก็เลือกได้ตามความถนัด

1.เวทเทรนนิ่ง (Weight Training)
หนึ่งในเทรนด์ที่ได้รับความนิยมต่อเนื่อง เพราะช่วยเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ เผาผลาญพลังงานได้แม้ในเวลาพัก และช่วยให้รูปร่างกระชับขึ้น คนรุ่นใหม่จำนวนมากเริ่มหันมาฝึกเวทเทรนนิ่งทั้งในฟิตเนสและที่บ้าน ด้วยอุปกรณ์ง่ายๆ อย่างดัมเบล ยางยืด หรือบอดี้เวท ซึ่งสามารถปรับระดับความหนักเบาได้ตามสภาพร่างกาย นอกจากช่วยสร้างกล้ามเนื้อแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุนในระยะยาว เหมาะกับทุกเพศทุกวัย

2.การออกกำลังกายแบบ HIIT (High-Intensity Interval Training)
HIIT เป็นเทรนด์ยอดฮิตของคนที่มีเวลาน้อย เพราะใช้เวลาฝึกเพียง 15–30 นาที แต่เผาผลาญได้มากกว่าการคาร์ดิโอแบบทั่วไป รูปแบบคือการออกแรงเต็มที่ในช่วงสั้นๆ สลับกับการพักสั้นๆ เช่น กระโดดตบ วิ่งสลับเดิน หรือวิดพื้นสลับท่าค้าง ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานต่อเนื่องยาวนานหลังออกกำลังกาย เหมาะกับคนทำงานที่ต้องการผลลัพธ์เร็ว ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก และสามารถทำได้จากที่บ้าน

3.โยคะและพิลาทิส (Yoga & Pilates)
เป็นการออกกำลังกายแนวผ่อนคลายที่ได้รับความนิยมมากในกลุ่มคนทำงานและวัยรุ่นเมืองใหญ่ เพราะช่วยยืดกล้ามเนื้อ คลายความตึงจากการนั่งนาน และฝึกสมาธิในเวลาเดียวกัน โยคะช่วยให้กล้ามเนื้อยืดหยุ่นและหายใจได้ลึกขึ้น ส่วนพิลาทิสจะช่วยเสริมกล้ามเนื้อแกนกลาง ทำให้ท่าทางมั่นคงและลดอาการปวดหลัง ทั้งสองอย่างนี้เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมเสมอ เพราะทำได้ทุกวัน ไม่ต้องใช้อุปกรณ์มาก และเหมาะกับทุกวัย

4.การออกกำลังกายกลางแจ้ง (Outdoor Workout)
เทรนด์ออกกำลังกายกลางแจ้งกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหลังสถานการณ์โควิด เพราะผู้คนต้องการใกล้ชิดธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการวิ่ง ปั่นจักรยาน เดินป่า หรือปีนเขา ล้วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและจิตใจผ่อนคลาย หลายคนยังเลือกเข้าร่วมกิจกรรมกลุ่ม เช่น ปั่นจักรยานการกุศลหรือวิ่งมาราธอน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการออกกำลังกายให้ต่อเนื่องยิ่งขึ้น

5.การออกกำลังกายด้วยเทคโนโลยี (Smart Fitness)
เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญในชีวิตประจำวัน รวมถึงการออกกำลังกายด้วย แอพพลิเคชันและอุปกรณ์สมาร์ตวอทช์ช่วยให้คนออกกำลังกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ทั้งการวัดอัตราการเต้นของหัวใจ แคลอรีที่เผาผลาญ หรือการตั้งเป้าหมายรายวัน นอกจากนี้ยังมีคอร์สออกกำลังกายออนไลน์และเทรนเนอร์ส่วนตัวผ่านแอพ ที่ช่วยให้คนไม่มีเวลาไปฟิตเนสสามารถดูแลตัวเองได้ง่ายขึ้น

ไม่ว่าจะชอบออกกำลังกายแบบไหน สิ่งสำคัญคือความสม่ำเสมอและความสุขในการทำ หากเลือกกิจกรรมที่เหมาะกับร่างกายและไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้ การออกกำลังกายจะไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันที่ช่วยให้สุขภาพดีขึ้นในทุกวัน

ที่มา:slitsolutions.com

ติดตามเรา

spot_img

Related Articles