Overtraining Syndrome ออกกำลังหนักเกินไปไม่ดีแน่

อย่างที่ทราบกันดีว่าการออกกำลังกายนั้นดีต่อร่างกาย แต่ถ้าออกกำลังกายมากเกินไปอาจตกอยู่ในภาวะ Overtraining Syndrome ออกกำลังกายมากเกินไปจนบั่นทอนร่างกายและจิตใจ เพราะฉะนั้นจึงควรรู้เท่าทันและออกกำลังกายให้พอดีเพื่อการมีสุขภาพที่แข็งแรง

รู้จัก Overtraining Syndrome

Overtraining Syndrome คือกลุ่มอาการหรือการตอบสนองของร่างกายที่ส่งผลต่อสมรรถภาพของร่างกาย (Physical Performance) และส่งผลในเรื่องของจิตใจ ทำให้อารมณ์แปรปรวนหรือมีความผิดปกติของอารมณ์ (Mood Disturbance) จากการออกกำลังกายที่หนักจนเกินรับไหว

ตัวการ Overtraining Syndrome

สาเหตุของ Overtraining Syndrome ได้แก่

  • ฝึกซ้อมมากเกินไป : โดยออกแบบโปรแกรมการฝึกซ้อมที่ไม่เหมาะกับผู้ที่ออกกำลังกาย อาทิ ปริมาณการซ้อม ความหนักหน่วงของการซ้อม เป็นต้น
  • พักผ่อนไม่เพียงพอ : เช่น นอนหลับไม่เพียงพอ พักผ่อนระหว่างซ้อมน้อยเกินไป
  • ร่างกายได้รับสารอาหารไม่ครบถ้วน : เช่น โปรตีนน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายและกล้ามเนื้อขาดการฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ, คาร์โบไฮเดรตน้อยเกินไป ทำให้ร่างกายสะสมพลังงานได้ไม่เต็มที่ : สารน้ำหรือน้ำน้อยเกินไป อาจทำให้เกิดภาวะขาดน้ำระหว่างออกกำลังกาย เป็นต้น
  • ความเครียดสะสม : ทำให้เกิดภาวะ Overtraining Syndrome ได้เช่นกัน

กลุ่มเสี่ยง Overtraining Syndrome

  • ผู้ที่ออกกำลังกายหนักเกินไป
  • นักกีฬา
  • ผู้ฝึกซ้อมเพื่อเข้าแข่งขัน

อาการ Overtraining Syndrome

อาการของภาวะ Overtraining Syndrome มีหลายรูปแบบ เช่น

  • สมรรถภาพการออกกำลังกายลดลง
  • ไม่สามารถออกกำลังกายได้ตามเป้าที่วางไว้
  • เหนื่อยง่ายผิดปกติ
  • หอบเหนื่อยมากขึ้น
  • เหงื่อออกมากขึ้น
  • น้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
  • เบื่ออาหาร
  • เครียดโดยไม่มีสาเหตุ

ป้องกัน Overtraining Syndrome

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายอย่างหนักควรต้องระวังภาวะ Overtraining Syndrome โดยจัดวางโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม อาจใช้หลักการง่าย ๆ คือ นักกีฬาหรือผู้ที่เตรียมแข่งขันควรทำเวลาให้ดีขึ้นไม่เกิน 10% ในแต่ละสัปดาห์ หากเป็นนักวิ่งไม่ควรเพิ่มระยะทางมากจนเกินไป ไม่ควรเกิน 10% ในแต่ละสัปดาห์ และต้องพักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้มีคุณภาพ

ความรุนแรงของ Overtraining Syndrome

หากออกกำลังกายมากเกินไปจนร่างกายตกอยู่ในภาวะ Overtraining Syndrome อาจส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น กระดูกอ่อนหัวเข่าสึก เส้นเอ็นหัวเข่าบาดเจ็บ ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะข้อเข่าเสื่อมในระยะยาวได้

อย่างไรก็ตามถ้าออกกำลังกายแล้วรู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่ฟิตเหมือนที่เคย แนะนำให้ตรวจเช็กความฟิตของร่างกายกับแพทย์เฉพาะทางเพื่อจะได้รู้สมรรถภาพของตัวเอง ออกกำลังกายได้อย่างเหมาะสม มีสุขภาพดีในระยะยาว

ที่มา:bangkokhospital.com

Exit mobile version