ถ่ายอุจจาระออกไปแล้ว ทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลย?

ถ่ายอุจจาระออกไปแล้ว แต่ทำไมน้ำหนักไม่ลดลงเลย? ผิดที่ตาชั่งหรือผิดที่ลำไส้


หลายคนชอบชั่งน้ำหนักในตอนเช้าก่อนรับประทานอาหาร เพราะเป็นช่วงที่ร่างกายเบาที่สุดและให้ความรู้สึกภูมิใจในผลลัพธ์ บางคนถึงขั้นชั่งน้ำหนักก่อนและหลังเข้าห้องน้ำเพื่อดูความเปลี่ยนแปลงของตัวเลขที่ลดลงต่อหน้าต่อตา

หากคุณเคยทำเช่นนั้น คุณอาจพบว่าหลังจากขับถ่ายเสร็จ น้ำหนักอาจไม่ลดลงเลย หรือลดลงเพียง 0.1 กิโลกรัม ทั้งที่รู้สึกว่าขับถ่ายออกมาปริมาณมาก เหตุใดน้ำหนักจึงไม่ลดลง หรือเครื่องชั่งจะเสีย? คำตอบคือเครื่องชั่งไม่ได้เสีย แต่เกี่ยวข้องกับน้ำหนักของอุจจาระจริงและค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่ง

อุจจาระหนึ่งครั้งหนักเท่าไหร่?


แม้เราจะรู้สึกว่าได้ปลดปล่อยออกมาในปริมาณมหาศาล แต่ในความเป็นจริง อุจจาระอาจไม่ได้หนักอย่างที่คิด งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร GASTROENTEROLOGY เมื่อปี 1992 ซึ่งศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างอุจจาระกับโรคมะเร็งลำไส้ในหลายภูมิภาคทั่วโลก ได้ให้ข้อมูลค่าเฉลี่ยน้ำหนักอุจจาระไว้ดังนี้

  • ความแตกต่างตามภูมิภาค: น้ำหนักอุจจาระของคนส่วนใหญ่อยู่ที่ ต่ำกว่า 200 กรัม โดยผู้ชายในเขตเฮียวโกะ ประเทศญี่ปุ่น มีน้ำหนักอุจจาระเฉลี่ย 133 กรัม และชายในเขตอากิตะเฉลี่ย 196 กรัม
  • ความแตกต่างตามเพศ: งานวิจัยพบว่าอุจจาระของผู้หญิงมักมีน้ำหนักน้อยกว่าผู้ชายประมาณ 20%
  • ดังนั้น แม้คุณจะรู้สึกว่าถ่ายออกมา “กองใหญ่” แต่ความจริงอาจหนักเพียง 100-200 กรัม ซึ่งสะท้อนบนหน้าปัดเครื่องชั่งเพียง 0.1-0.2 กิโลกรัมเท่านั้น ยกเว้นกรณีที่คุณมีพฤติกรรมการกินแบบชาวอูกันดา ซึ่งงานวิจัยระบุว่าพวกเขามีน้ำหนักอุจจาระเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 470 กรัม

ค่าความคลาดเคลื่อนของเครื่องชั่ง

หากน้ำหนักไม่เปลี่ยนเลยหรือเพิ่มขึ้นหลังขับถ่าย สาเหตุหลักมาจากตัวเครื่องชั่งเอง เครื่องชั่งดิจิทัลตามบ้านส่วนใหญ่มีการกำหนดระดับความแม่นยำตามมาตรฐานสากล ซึ่งแบ่งเป็นระดับความแม่นยำปานกลาง (III) และระดับความแม่นยำธรรมดา (IIII) โดยมี “ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้สูงสุด” ดังนี้

1.ระดับความแม่นยำธรรมดา

หากเครื่องชั่งของคุณแสดงค่าละเอียดต่ำสุดที่ 0.1 กิโลกรัม ในการชั่งน้ำหนักตัวไม่เกิน 100 กิโลกรัม มาตรฐานอนุญาตให้มีค่าความคลาดเคลื่อนได้ถึง 150 กรัม หมายความว่าหากอุจจาระของคุณหนักน้อยกว่า 150 กรัม เครื่องชั่งอาจตรวจจับความเปลี่ยนแปลงไม่ได้เลย

2.ระดับความแม่นยำปานกลาง

เครื่องชั่งกลุ่มนี้มีความไวสูงกว่า โดยค่าความคลาดเคลื่อนจะเปลี่ยนไปตามช่วงน้ำหนัก

หากน้ำหนักตัวไม่เกิน 50 กิโลกรัม ค่าคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้คือ 0.05 กิโลกรัม (หากอุจจาระหนักเกิน 50 กรัม เครื่องจะตรวจพบ)
หากน้ำหนักตัวอยู่ระหว่าง 50-200 กิโลกรัม ค่าคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้คือ 0.1 กิโลกรัม (หากอุจจาระหนักไม่ถึง 100 กรัม เครื่องอาจไม่แสดงความต่าง)

ตำแหน่งการวางเครื่องชั่งส่งผลต่อผลลัพธ์

นอกจากเรื่องความคลาดเคลื่อนแล้ว วิธีการวางเครื่องชั่งก็มีความสำคัญ หากคุณเคลื่อนย้ายเครื่องชั่งหรือวางบนพื้นไม่เรียบ จะส่งผลต่อความแม่นยำทันที

  • เซนเซอร์แรงกด: เครื่องชั่งดิจิทัลส่วนใหญ่ใช้เซนเซอร์ที่มุมทั้ง 4 หากพื้นไม่เรียบหรือวางบนพื้นนุ่ม เช่น พรม หรือเสื่อโยคะ การเปลี่ยนรูปของเซนเซอร์จะคลาดเคลื่อน ทำให้คำนวณน้ำหนักผิดพลาด
  • การทรงตัว: การยืนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง หรือยืนด้วยขาเดียวที่ขอบเครื่องชั่ง จะทำให้แรงกดในแต่ละมุมต่างกันมาก ส่งผลให้ตัวเลขไม่นิ่ง
  • หากต้องการ “เปรียบเทียบอย่างแม่นยำ” ก่อนและหลังขับถ่าย ควรวางเครื่องชั่งบนพื้นแข็งและเรียบสนิทในจุดเดิมเสมอ ก่อนชั่งควรขึ้นไปยืนเพื่อปลุกเครื่องให้แสดงค่า แล้วรอให้กลับเป็นเลขศูนย์ (Reset) ก่อนจะขึ้นชั่งจริงอีกครั้ง

ท้ายที่สุด การมีน้ำหนักตัวที่มีสุขภาพดีต้องอาศัยการควบคุมอาหารและการออกกำลังกาย ไม่ควรคาดหวังว่าการขับถ่ายเพียงอย่างเดียวจะช่วยให้ตัวเลขบนตาชั่งลดลงจนถึงเกณฑ์มาตรฐานได้

ที่มา:sanook.com

Exit mobile version