8 เหตุผลที่กล้ามคุณไม่ใหญ่ซักที!!!

คุณคงเป็นหนึ่งในหลายๆคนที่ใช้เวลาวันแล้ววันเล่าในยิมเพื่อทำให้กล้ามตัวเองใหญ่ขึ้น
แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรกล้ามของคุณก็ไม่โตสมใจเสียที  แม้คุณจะทำทุกอย่างตามที่ได้ดูคลิปจากเหล่าแชมป์ในยูทูปก็ตาม วันแล้ววันเล่าที่คุณพร่ำโทษว่าเป็นเพราะกรรมพันธุ์ของตัวเองไม่ดี แต่แท้จริงแล้ว อะไรคือสิ่งที่ทำให้คุณกล้ามไม่โตซักทีล่ะ

เหตุผลข้อ 1 – คุณกังวลกับการต้องมีกล้ามท้องเป็นลอนๆมากเกินไป

ถ้าคุณอยากมีกล้ามใหญ่ๆให้ไวที่สุด คุณต้องกิน กินให้เยอะ  การจะพยายามจะรักษากล้ามท้องเป็นลอนๆ ขณะที่เพิ่มกล้ามเนื้อ 30 ปอนด์ เป็นการเสียเวลาอย่างเปล่าประโยชน์ ยกเว้นคุณจะมีกรรมพันธุ์ระดับสุดยอด
ไม่ต้องห่วง คุณจะไม่กลายเป็นเจ้าอ้วนในชั่วข้ามคืนแน่ แต่แน่นอนคุณจะมีไขมันในร่างกายเพิ่มขึ้นบ้าง นักเพาะกายส่วนใหญ่ในโลกรู้ดีว่าจะต้องเพิ่มน้ำหนักอย่างต่ำ 20ถึง 30 ปอนด์ในช่วงนอกฤดูกาลแข่งขัน ดังนั้นถ้าอยากกล้ามใหญ่และแข็งแรงขึ้นอย่ากลัวกับไขมันที่เพิ่มขึ้น

เหตุผลข้อ 2 – ไม่ยอม Squat หรือ Deadlift

squats และ deadlifts เป็นท่า2ใน3ท่าหลักที่ดีที่สุดที่ใช้เพิ่มกล้ามเนื้อ และไม่มีท่าที่มาทดแทน2ท่านี้ได้ทั้งเรื่องการสร้างขนาดและความแข็งแกร่ง
การมัวแต่ใช้ท่าประเภท Smith machine squats, leg extensions หรือ light weight leg presses ไม่ช่วยให้ขาคุณใหญ่และแกร่งขึ้นได้  เพิ่ม squats เข้าไปในตารางฝึกซะ ทั้งขาและทั้งร่างจะได้ใหญ่เสียที
เช่นเดียวกับdeadlifts  deadliftsเป็นท่าที่ให้ทั้งมวลกล้ามเนื้อ และความแข็งแกร่งของทั้งร่างกาย อย่ามัวแต่ใช้ท่า lat pull downเพื่อสร้างกล้ามเนื้อหลัง ไปยกบาร์เบลสุดหนักขึ้นจากพื้นซะ

เหตุผลข้อ 3 – คุณฝึกซะเหมือนคนโด๊ปยาเข้าไป

มันมีเหตุผลที่นักเพาะกายและนักยกน้ำหนักบางคนเลือกที่จะใช้สารกระตุ้นประเภทสเตียร์รอยด์ สเตียร์รอยด์ไม่เพียงช่วยให้กล้ามเนื้อมีขนาดใหญ่และแข็งแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่มันยังช่วยให้ร่างกายสามารถฟื้นตัวได้เร็วเป็นพิเศษ
คุณในฐานะนักเพาะกายทั่วไปที่ไม่ได้ใช้สารกระตุ้น จึงไม่ได้มีความสามารถในการฟื้นตัวได้เหมือนยอดมนุษย์ ดังนั้นการเพาะกาย5-6วันต่อสัปดาห์ด้วยจำนวนเซ็ตมากมายมหาศาลจึงไม่เป็นผลดีต่อร่างกายของเรา
โค้ชและเทรนเนอร์หลายต่อหลายคนแนะให้เพาะกายเพียง3-4วันต่อสัปดาห์ และรวมกันแล้วควรเพาะกายเพียง 3-4ชั่วโมงเท่านั้น และไม่เป็นประโยชน์ถ้ามัวเสียเวลาไปกับการยกที่จำนวนครั้งและจำนวนเซ็ทที่มากจนเกินไป

เหตุผลข้อ 4 – คุณไม่ยอมเพิ่มน้ำหนักที่ใช้ยก

อยากรู้ความลับมั๊ย การเพิ่มน้ำหนักที่ยกอยู่เสมอคือการกระตุ้นกล้ามเนื้อและเพิ่มความแข็งแรงที่ดีที่สุด คุณอาจจะใช้ระบบการฝึกที่ดีที่สุดที่มีอยู่ในโลกนี้ แต่จะไม่มีผลเลยถ้าคุณไม่ยอมเพิ่มน้ำหนักที่ยกได้
แล้วคุณจะเพิ่มน้ำหนักที่ยกได้อย่างไรหล่ะ ง่ายๆแค่พยายามเพิ่มจำนวนครั้งที่ยกให้เพิ่มขึ้น จากนั้นก็เพิ่มน้ำหนักที่ยกเข้าไปเมื่อสามารถยกได้ถึงจำนวนครั้งที่ตั้งใจไว้  เช่นถ้าคุณพยายามยกด้วยท่าbench press ให้ได้ 200 ปอนด์ โดยพยายามยกให้ได้ 5-10ครั้ง คุณก็ควรจะเพิ่มน้ำหนักเข้าไปเมื่อคุณสามารถยกได้ถึง 10 ครั้ง
บางครั้งคุณอาจจะได้ยินนักกล้ามบางคนในฟิตเนสบอกว่า ผมยกไม่หนัก แต่คำว่าหนักของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน คำว่ายกไม่หนักของนักกล้ามคนนั้นอาจหมายถึง แทนที่จะsquat 450 ปอนด์ 5 ครั้งก็ยกเพียง 375 ปอนด์ 12 ครั้งแต่ไม่ว่าจะอย่างไรเมื่อคุณยกได้หนักขึ้นนั้นหมายถึงคุณแข็งแกร่งขึ้นแน่ๆ

เหตุผลข้อ 5 – คุณไม่อดทนพอ

คุณอดทนเข้ายิม ยกเวทมานานแค่ไหนแล้ว 2เดือน? 4เดือน? 6เดือน? หรือ 1ปี?
การจะให้กล้ามเนื้อใหญ่ต้องใช้เวลา จะมีกี่คนที่ยังคงไปเข้ายิมยกเวทกันได้ถึง 3ปี 4ปี หรือ 5ปี อย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เล่นอยู่ 1 ปีแล้วเลิกไป1ปีกลับมาเล่นใหม่ 6 เดือนแล้วก็เลิกไปอีก
ความลับที่ทำให้คุณประสพความสำเร็จคือ คุณควรจะมายิมยกเวทต่อไปอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าชีวิตนอกยิมของคุณจะเป็นอย่างไรก็ตาม
แม้ว่าวันนั้นคุณจะไม่สามาถยกเวทได้สมบูรณ์ตามที่วางแผนไว้ก็ตาม มันก็ยังดีกว่าไม่มาเลย  การขาดการฝึกซ้อมเป็นเวลานานๆจะทำให้แรงจูงใจของคุณหายไป
อย่างน้อยซัก 5 ปีที่คุณมาเพาะกายอย่างต่อเนื่อง ผลลัพธ์จะออกมาดียิ่งกว่าที่คุณคิดไว้แน่นอน

เหตุผลข้อ 6 – คุณเปลี่ยนวิธีการ และเทคนิคการเพาะกายบ่อยเกินไป

นักเพาะกายหลายต่อหลายคนพยายามหาวิธีและเทคนิคต่างที่คิดว่าจะทำให้พวกเขามีกล้ามใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ทดลองใช้อยู่ไม่กี่สัปดาห์ แล้วก็หาเทคนิคใหม่จากอินเตอร์เนทอีก ซึ่งไม่นานนักพวกเขาก็จะเจอเทคนิคใหม่ที่ตัวเองถูกใจ
จากนั้นก็จะเลิกใช้เทคนิคเดิมแล้วเปลี่ยนมาใช้เทคนิคใหม่ที่เพิ่งพบ โดยเที่ยวบอกคนอื่นว่าเทคนิคนั้นดี เทคนิคโน้นไม่ดี
ความจริงแล้วไม่มีเทคนิคใดๆในโลกที่เหมาะกับคุณจริงๆหรอก ทุกเทคนิคที่คุณนำมาใช้คุณต้องทำการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เหมาะสมกับคุณอยู่เสมอ เช่นคุณใช้เทคนิค 5×5 แต่ปรากฏว่าเวลาใช้ท่า bechpress แล้วคุณเจ็บหัวไหล่ คุณก็ควรจะปรับน้ำหนักให้เบาลงและเพิ่มจำนวนครั้งขึ้นไปแทน หรือบางโปรแกรมมีบางท่าที่คุณใช้แล้วไม่รู้สึกว่าเล่นแล้วโดนกล้ามเนื้อเลย ก็ต้องหาท่าอื่นมาเปลี่ยนเป็นต้น
การรู้จักปรับเทคนิคหรือโปรแกรมต่างๆให้เข้ากับตัวเราเป็นสิ่งสำคัญที่สุด มันจะทำให้คุณได้เทคนิคและโปรแกรมเฉพาะสำหรับคุณ ดังนั้นอย่ามัวแต่เสียเวลาตามหาเทคนิคสุดพิเศษอยู่ ไม่อย่างนั้นคุณอาจเสียเวลาไปหลายปีหลงทางและไม่ก้าวหน้าเสียที

เหตุผลข้อ 7 – คุณ Bulk และ Cut ถี่เกินไป

นักเพาะกายรายใหม่หลายคน อยู่ในวังวนของการบลัคและคัท ส่วนใหญ่ก็มีตั้งแต่บลัค 1 เดือน คัท2เดือน ไม่ก็บลัค2เดือนคัท 1 เดือน มันเหมือนกับการปีนเขาสูง แต่พอไม่ชอบรูปร่างของเขา คุณก็ลงเขาไปไปขึ้นด้านใหม่ มันก็ไม่ถึงยอดซะที โดยทั่วไปนักเพาะกายสายธรรมชาติส่วนใหญ่จะสามารถเพิ่มกล้ามเนื้อได้ 12 to 15 ปอนด์ ในปีแรก แต่ถ้าคุณพยายามเพิ่มน้ำหนัก 20 ปอนด์ ในหนึ่งเดือน แน่นอนสิ่งที่คุณได้จะมีแต่ไขมัน
แทนที่จะเพิ่มน้ำหนักอย่างรวดเร็ว ลองพยายามเพิ่มซัก 20 ปอนด์ ในปีแรก การเพิ่มน้ำหนักอย่างช้าๆ จะช่วยให้ไขมันเพิ่มช้าไปด้วย ผลลัพธ์คือ คุณจะยังดูดีพอที่จะไม่ต้องพยายามลดน้ำหนักทุกๆ 3-4 เดือนเพื่อให้ดูดี
ลองเพิ่มกล้ามเนื้อดูซัก 2-3ปีแล้วค่อยลดไขมัน คุณจะมีปริมาณกล้ามเนื้อมากมายพอ และเมื่อลดไขมันไปแล้ว คุณจะดูสุดยอดแน่นอน

เหตุผลข้อ8 – คุณเป็นพวกมัวแต่ยุ่งกับอุปกรณ์สื่อสาร

Gym Texter

หลายๆครั้งขณะที่คุณมัวแต่ยุ่งอยู่กับอุปกรณ์สื่อสารตอนที่อยู่ในฟิตเนส คุณอาจกลายเป็นตัวน่ารำคาญและน่ารังเกียจไปโดยไม่รู้ตัว
ถ้าคุณสามารถส่งข้อความทางมือถือระหว่างเซ็ทได้แปลว่าคุณอาจยังยกไม่หนัก พอลองนึก ดูระหว่างเซ็ทคุณนึกถึงอะไรระหว่าง เซ็ทหน้าจะเพิ่มน้ำหนักหรือเพิ่มจำนวนครั้งเป็นเท่าไหร่ หรือคุณนึกถึงคอมเมนท์ต่างๆบนเฟซบุ๊คเพื่อนคุณ สิ่งที่คุณนึกถึงจะส่งผลถึงความหนักหน่วงในเซ็ทต่อๆไปของคุณ
และถ้าคุณไม่จริงจังกับการเพาะกายเพียงพอแล้วคุณจะคาดหวังผลลัพธ์ได้อย่างไร
และยิ่งไปกว่านั้นการนั่งแช่อุปกรณ์ต่างๆแล้วกดมือถือหรืออุปกรณ์สื่อสารอื่นๆในขณะที่คนอื่นรอใช้อุปกรณ์อยู่เป็นมารยาทที่แย่มากๆ
ถ้าคุณยังอยากให้กล้ามคุณใหญ่สมใจวางอุปกรณ์สื่อสารลงบ้าง แค่วันละไม่กี่ชั่วโมงแล้วจดจ่อกับการเพาะกายที่ทำอยู่ คุณจะแปลกใจกับผลลัพธ์ที่ได้

 

 

ขอบคุณที่มาจาก : board.postjung.com

168 total views, 2 views today