6 รูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เลือกยังไงให้เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย

ปัจจุบันสินค้ากลุ่มผลิตภัณฑ์เสริมอาหารได้ถูกจัดจำหน่ายอยู่ในรูปแบบต่างๆมากมาย เช่นแบบผง แบบเม็ด แบบห่อหุ้มด้วยแคปซูล แบบเหลว ฯลฯ ซึ่งต้องบอกว่าจริงๆแล้ววิวัฒนาการการพัฒนารูปแบบผลิตภัณฑ์เสริมอาหารนั้นจะอิงมาจากรูปแบบของยาแทบจะทั้งนั้น เพียงแต่รูปแบบไม่เยอะเท่า เพราะในทางเภสัชกรรม การออกแบบรูปแบบยาจะอิงว่ายาตัวนี้ออกฤทธิ์ได้ในสภาพไหนดีที่สุด หรือต้องการให้ออกฤทธิ์แบบไหน แล้วพัฒนาตัวห่อหุ้มให้เข้ากับลักษณะยาตัวนั้น

 

ต้องอธิบายก่อนว่าผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคือ “ผลิตภัณฑ์ที่ใช้รับประทานโดยตรงนอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติเพื่อเสริมสารบางอย่างให้กับร่างกาย  แม้พบว่ารูปลักษณ์ของผลิตภัณฑ์เสริมอาหารจะใกล้เคียงกับ ผลิตภัณฑ์ยา แต่ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ยา ดังนั้นจึงไม่สามารถรักษา หรือบรรเทาโรคใดๆได้” ดังนั้นการจะเลือกรูปแบบใดนอกจากต้องดูลักษณะการออกฤทธิ์ที่ดีของตัวสารอาหารแล้ว ยังต้องดูในเรื่องของความสะดวกในการทาน และลักษณะนิสัยในการทานด้วยเพื่อประกอบการเลือกทานให้เหมาะสมนั่นเอง ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่ารูปแบบไหนเหมาะกับสารอาหารแบบไหนและลักษณะการทานยังไงบ้าง

  • แบบตอกอัดเม็ด (กลม/รี/เหลี่ยม) (เคลือบ/ไม่เคลือบ)

ลักษณะนี้คือเอาผงยามาผสานกับสารที่สามารถอัดเข้าด้วยกันได้ สามารถกำหนดปริมาณได้ว่าจะอัดเม็ดยาน้อยๆไปจนถึงเยอะๆ ข้อดีคือออกฤทธิ์ได้เร็วและตรงตามเวลาที่ต้องการได้ แต่ข้อเสียคือสัมผัสของกลิ่น รส จะมาแบบเต็มๆ ยิ่งสารสกัดจากธรรมชาติแล้วด้วย บางสารกลิ่นไม่กล้าจะกลืนกันเลยทีเดียว แต่แบบอัดเม็ดบางแบบเค้าก็อัดเคลือบสารให้ความหวานนะ พวกนี้ก็ทานง่าย ลื่นคอ แต่สารแฝงที่ผสมมาก็จะเยอะกว่าพวกตอกอัด ก็ต้องลองพิจารณาความเหมาะสมดู

  • แบบแคปซูลแข็ง 

แคปซูลแบบนี้จะเห็นได้ค่อนข้างบ่อย มีได้หลายขนาดส่วนใหญ่แล้วจะทำมาจากเจลาตินของสัตว์ ข้อดีของแคปซูลแข็งคือสามารถกลบกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ของสารได้ทั้งหมด กลืนง่าย และควบคุมการปล่อยสารสำคัญออกมาได้ดี แต่ยังไงก็ตามแม้จะเลือกแคปซูปเบอร์ใหญ่สุด ก็สามารถโหลดสารได้จำกัดอยู่ดี สารบางอย่างที่โดสต้องทานเยอะอย่างคอลลาเจนงี้ เราก็ต้องทานแคปซูลหลายเม็ดมากขึ้น บางคนจึงไปเลือกแบบผงมากกว่า

  • แบบแคปซูลนิ่ม

เรียกง่ายๆคุ้นหูว่า “ซอฟเจล” แคปซูลประเภทนี้จะเหมาะกับสารประเภทที่อ่อนแอ ทนต่อสภาวะอากาศไม่ค่อย ไวต่อสิ่งเร้าอะไรประมาณนี้ เค้าก็จะบรรจุไปพร้อมๆกับสารเปลือกแคปซูลหุ้มล้อมเลย ส่วนใหญ่จะบรรจุพวกน้ำมันต่างๆ พวกที่ไม่สามารถทำเป็นผงแห้งได้ แต่ยังไงก็ตามสำหรับบางคนที่มีปัญหาเรื่องสิว หน้ามัน หรือไขมันส่วนเกินที่อยากจะหลีกเลี่ยงสารที่อยู่ในรูปน้ำมันก็อาจจะไม่ปลื้มกับแคปซูลแบบนี้ได้ อาจจะต้องไปหาน้ำมันที่มาในรูปแบบผงแล้วบรรจุเป็นแคปซูลแข็งอาจจะดีกว่า

  • แบบแคปซูลเซลลูโลส

แคปซูลพวกนี้จะปรากฎในลักษณะแคปซูลแบบแข็ง ซึ่งข้อดีคือ เหมาะกับคนที่เป็นมังสวิรัตหรือไม่รับประทานเนื้อสัตว์นั่นเอง เพราะเปลือกทำมาจากเส้นใยของผัก แต่ว่าข้อเสียคือราคาของแคปซูลที่แพงกว่า ก็จะส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ที่อัพราคาตาม อีกอย่างคือเก็บนานไม่ค่อยได้ เพราะเปลือกจะเปราะและแตก

  • แบบผง

พวกนี้ก็เป็นผงไว้สำหรับผสมน้ำเพื่อให้ละลายแล้วดื่ม ข้อดีคือสามารถอัพโหลดสารปริมาณได้เยอะแบบสะใจ (แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ของอย.นะ) ทำให้การทานแต่ละครั้งได้โดสเต็มๆแบบไม่ต้องทานทีละหลายเม็ด อีกอย่างคือสามารถแต่งรสชาดให้ดื่มง่าย อร่อยจนลืมไปว่ากำลังทานอะไรอยู่ แต่ว่าข้อเสียคือใส่ได้แต่สารพวกที่สามารถละลายได้ในน้ำ ส่วนพวกที่ละลายไขมันน่าจะต้องไปผ่านเทคนิคเอนแคปซูเลชั่นให้ละลายน้ำได้จึงจะทำแบบผงได้

  • แบบเหลว

คือเป็นแบบพร้อมดื่ม ready to drink ได้เลย ข้อดีคือง่าย สะดวก อร่อย ได้ประโยชน์ แต่ข้อเสียคือมันพร้อมดื่มอ่ะเนอะ ราคาต่อหน่วยก็อาจจะสูงไปนิด อีกอย่างคืออายุมันจะค่อนข้างสั้น เพราะอยู่ในรูปที่ละลายมาแล้ว เวลาเลือกแพกเกจก็ดูที่ขวดได้รับการปกป้องจากแสงรึเปล่าอะไรแบบนี้ด้วยนะคะ

 

จริงๆถ้าให้ค้นอีกก็มีเยอะแบบขึ้นไปอีก แต่เอาที่ฮิตๆในประเทศไทยล่ะกันนะคะ หากใครที่กำลังสงสัยว่าจะทำแบรนด์ จะเลือกทำรูปแบบไหนดี ถึงจะโอเคทั้งในเรื่องการเห็นผล ราคาและปัจจัยอื่นๆ ลองปรึกษาได้ที่ทุกช่องทางของ พรีมา แคร์ ค่ะเป็นโรงงานรับผลิตครีม เครื่องสำอางและอาหารเสริมที่มีคุณภาพและชำนาญการ  เรามีทีมงานและผู้เชี่ยวชาญพร้อมให้คำปรึกษา ในทุกความต้องการที่คุณคาดหวังค่ะ

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก : premacare.co.th

 

 

86 total views, 2 views today