เทรนด์สุขภาพมาแรง คนเมืองยุคใหม่ตั้งเป้าชีวิตดีมีสุข

img

จากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่องห้ามผลิต นำเข้า หรือจำหน่ายไขมันทรานส์ ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น ขณะเดียวกันผลสำรวจความต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้นของชาวไทย พบว่า กว่าครึ่งกำลังจะเริ่มปฏิวัติวิถีการบริโภคในอีก 12 เดือนข้างหน้าเพื่อสุขภาวะที่ดี

คนเมืองชูกระแสการเป็นตัวเองที่ดีกว่า 
จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น และการขยายตัวของเมือง ทำให้ผู้บริโภคเริ่มหันมาใส่ใจสุขภาพของตนเองมากขึ้น ทำให้กระแสการเป็นตัวเองที่ดีกว่ากำลังมาแรง ทั้งในเชิงสุขภาวะร่างกาย อารมณ์ และสุขภาพจิตใจ

ผลสำรวจจาก มินเทล บริษัทวิจัยการตลาดระดับโลก ประเทศสิงคโปร์ ระบุว่า ผู้บริโภคทั่วโลก 79% ต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้น ในขณะที่ 76% ระบุว่า อยากมีชีวิตสมดุล และ 73% จะหันมาออกกำลังกายให้มากขึ้น

ด้านผลสำรวจเฉพาะผู้บริโภคชาวไทย พบว่า คนไทย 48% กำลังจะเริ่มปฏิวัติวิถีการบริโภคในอีก 12 เดือนข้างหน้าเพื่อสุขภาวะที่ดี และในกลุ่มผู้บริโภคเหล่านี้ประมาณ 90% ระบุว่า จะรับประทานผลไม้รวมถึงผักต่างๆ ให้มากขึ้น ในขณะที่อีก 53% วางแผนที่จะลดการบริโภคเนื้อสัตว์ และ 45% เผยว่า พวกเขาจะเดินตามแนวทางชีวจิต หรือมังสวิรัติ

ไม่เพียงแต่หันหลังให้พฤติกรรมเสี่ยง แต่ชาวไทยเริ่มหันมาใส่ใจในเรื่องของการบริโภค อีกทั้งกระแสที่กระทรวงสาธารณสุขออกประกาศเรื่องการกำหนดอาหารที่ห้ามผลิต นำเข้าหรือจำหน่ายไขมันทรานส์นั้น ทำให้ผู้บริโภคชาวไทยตระหนักในการเลือกบริโภคมากยิ่งขึ้น

ผลสำรวจพบว่า คนเมืองยุคใหม่จะค่อยๆ ปรับความชอบของตัวเองไปบริโภคพืชผักมากขึ้น และลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง โดย 76% จะเลือกรับประทานโปรตีนจากพืช เช่น ผักใบเขียวและถั่ว ในขณะที่ 55% เห็นด้วยว่า โปรตีนจากพืชนั้นมีคุณค่ากว่าโปรตีนจากสัตว์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากบริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ประกอบกิจการประเภทการจัดการแสดงทางธุรกิจและการแสดงสินค้า ซึ่งได้เปิดเผยเทรนด์อาหาร 2018 พบว่า ผู้บริโภคยุคใหม่ต้องการสินค้าที่สดใหม่ มาจากธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง

โดย 89% ต้องการซื้ออาหารและเครื่องดื่มที่ดีต่อสุขภาพ, 84% ชื่นชอบอาหารที่หาซื้อได้ในท้องถิ่น, 84% ต้องการอาหารที่ไม่มีสารเคมี และ 82% ชื่นชอบฉลาก Clean label เพราะปัจจุบันผู้บริโภคไม่กลัวที่จะต้องจ่ายเงินให้กับผลิตภัณฑ์คุณภาพดีๆ อีกต่อไป โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่มีรายได้ระดับกลางจะพิจารณาซื้อสินค้าจากคุณภาพมากกว่าราคา และจะตัดสินใจซื้ออาหารที่มีกระบวนการผลิตอย่างยั่งยืน ทำให้ในอนาคตผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่จะออกมาใหม่นั้น จะมุ่งไปยังการนำส่วนผสมจากพืชพรรณธรรมชาติมาใช้  (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ  1 )
ความต้องการมีโภชนาการที่ดีขึ้นของชาวไทย
ธุรกิจด้านสุขภาพขยายตัวต่อเนื่อง
นอกจากผู้บริโภคจะหันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้นแล้ว ผู้ประกอบการก็ได้เริ่มคิดค้นและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อให้สินค้ามีความหลากหลาย ครอบคลุมทุกไลฟ์สไตล์ เช่น สารสกัดจากสมนุไพรที่ช่วยบำรุงร่างกาย ธัญพืชแปรรูปที่ช่วยบํารุงผิวพรรณและช่วยสร้างกล้ามเนื้อ และอาหารสําหรับผู้ดูแลรูปร่าง ผู้ป่วย และผู้สูงอายุ เป็นต้น

นอกจากนี้ผู้ประกอบการยังมีบริการจัดส่งอาหารเพื่อสุขภาพ เพื่อรองรับการใช้ชีวิตแบบคนเมืองที่ไม่มีเวลาปรุงอาหาร แต่มีความต้องการดูแลสุขภาพ ซึ่งจะช่วยให้ผู้บริโภคได้รับความสะดวกสบาย พร้อมทั้งได้รับสารอาหารอย่างครบถ้วนในปริมาณที่เหมาะสม อย่าง อินดี้ดิช สตาร์ทอัพรวมอาหารสุขภาพพร้อมส่งของคนไทย ที่รวบรวมเมนูสุขภาพในร้านอาหารเจ้าดังต่างๆ ส่งตรงถึงมือผู้บริโภคในเมือง เพื่อตอบรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่

ข้อมูลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า การลงทุนธุรกิจด้านสุขภาพของผู้ประกอบธุรกิจไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสังคมกำลังเข้าสู่สังคมสูงวัย และคนส่วนใหญ่หันมาใส่ใจสุขภาพมากยิ่งขึ้น ทำให้ Health Care กลายเป็นธุรกิจยอดฮิตตั้งแต่ปลายปี 2560

โดยธุรกิจบริการด้านสุขภาพที่ดำเนินกิจการอยู่ในประเทศไทยมีจำนวน 4,086 ราย มูลค่าการลงทุนปัจจุบันรวมทั้งสิ้น 117,908 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนของคนไทยร้อยละ 99 คิดเป็น 116,771 ล้านบาท และมูลค่าการลงทุนของต่างชาติร้อยละ 1 คิดเป็นมูลค่า 1,137 ล้านบาท ซึ่งพื้นที่ที่ได้รับความนิยมจากนักลงทุนทั้งชาวไทยและต่างชาติ คือ กรุงเทพมหานคร มูลค่าการลงทุน 60,936 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 52 รองลงมาคือ จังหวัดที่เป็นเมืองเศรษฐกิจที่สำคัญ (ดูอินโฟกราฟิกประกอบ 2 )

ขณะเดียวกัน โลกดิจิทัลกำลังวางกรอบแนวคิดในเรื่องของการบริโภคข้อมูลข่าวสาร และสร้างอิทธิพลต่อผู้บริโภคชาวไทย โดยงานวิจัยระบุว่า 63% ของผู้บริโภคเลือกซื้อสินค้าและบริการที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพจากออนไลน์ ในขณะที่ 54% เลือกซื้อตามอิทธิพลของสังคมออนไลน์ โซเชียล มีเดีย หรือตามบล็อกเกอร์ และ 59% ระบุว่า สินค้าประเภทความสวยความงามได้รับอิทธิพลมาจากสังคมออนไลน์ ส่วนอีก 56% เผยว่า พวกเขาค้นหาข้อมูลต่างๆ ผ่านออนไลน์เป็นหลัก

อย่างไรก็ตาม แม้ปัจจุบันเทรนด์สุขภาพมาแรง แต่พฤติกรรมของผู้บริโภคย่อมมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ผู้ประกอบการด้านอาหารสุขภาพ ควรทําความเข้าใจลักษณะความต้องการอาหารเพื่อสุขภาพของผู้บริโภค รวมทั้งพัฒนาผลิตภัณฑ์ของตนให้ก้าวทันความต้องการที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เพื่อให้สามารถตอบสนองผู้บริโภค และแข่งขันกับผู้ประกอบการรายอื่นๆ ได้ ขณะเดียวกันก็จำเป็นต้องศึกษาระเบียบข้อบังคับและมาตรฐานการผลิตอาหารสุขภาพควบคู่ไปด้วย เพื่อแนวทางในการทำธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อสังคมและผู้บริโภค

 

 

ขอบคุณที่มาจาก : bltbangkok.com

136 total views, 2 views today